วัดซึ่งมีวิหารใหญ่ ตั้งอยู่บนไหล่เขา รองรับด้วยเสาไม้มหึมา โดยระเบียง อันเป็นเวทีร่ายรับนั้นยื่นชะโงกเงื้อมเหนือหุบเหว คนญี่ปุ่นจะเปรียบเทียบผู้ที่ต้องเสี่ยงครั้งสำคัญในชีวิตว่าเหมือนกับการ กระโดดลงมาจากระเบียงแห่งนี้ วัดนี้มีอายุเก่าแก่กว่านครเกียวโต โดยสร้างในปี ค.ศ. 788 ถวายแด่พระโพธิสัตว์กวนอิม 11 พักตร์ประตูทางเข้าวัด
ท่านอาจเคยเป็นฉากถ่ายภาพกีฬายิงธนูบ่อยๆ วัดซังจูซังเง็นโดนี้จัดงานเทศกาลยิงธนูอันโด่งดังในวันที่ 15 มกราคมของทุกปี ภายในวิหารประดิษฐานพระโพธิสัตว์กวนอิมพันกร พร้อมเหล่าสาวกอีกหนึ่งพัน ซึ่งมีใบหน้าที่ล้วนต่างกัน
นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมนั่งรถไฟชินคังเซ็นจากโตเกียวมาลงที่สถานีเกียวโต ซึ่งใช้เวลาไม่ถึงสามชั่วโมง เมื่อเดินออกจากสถานีรถไฟมา คุณจะเห็นสภาพเมืองเกียวโตแออัดจอแจดังเมืองทั่วไปในญี่ปุ่น ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวอันล้ำค่านั้นซ่อนตัวอยู่บนเนินรายรอบด้านนอกกำแพง เมืองเก่าและตามถนนสายแคบ แม้ความเจริญทันสมัยรุกล้ำรวดเร็วทว่ายังพบเห็นบ้านเรือนแบบเก่ามากมายตาม ตรอกแคบๆ โดยลักษณะตัวเรือนด้านหน้าเป็นแนวเส้นตรงมีบานประตูกระดาษเลื่อน
Tags เกียวโต - kyoto
ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ หรือ ศาลเจ้าพ่อจิ้งจอกขาว สร้างขึ้นเพื่อบูชาสุนัขจิ้งจอก ที่เชื่อกันว่าเป็นทูตของเทพเจ้าของการเก็บเกี่ยว ชาวนาเชื่อกันว่าเป็นผู้เดินสารของเทพแห่งการเก็บเกี่ยว ใช้เวลาเดินราว 2 ชั่วโมงหรือเป็นระยะทาง 4 กิโลเมตร ก็จะพบศาลแห่งนี้
วัดกินคะคุจิ (Ginkakuji Temple) หรือ วัดพลับพลาเงิน (Silver Pavilion) สร้างโดยโชกุนโยชิมาสะ อาชิคางะ (Ashikaga Yoshimasa) เมื่อปี พ.ศ. 2025 ตั้งใจจะห่อพลับพลาด้วยเงินทั้งหลัง ให้คู่กับวัดพลับพลาทองคินคะคิจิ (Kinkakuji) ที่สร้างเสร็จแล้วทาง ตอนเหนือของเกียวโต แต่ท่านได้มาเสียชีวิตก่อนที่วัดจะได้ทำการหุ้มด้วยเงินในปี พ.ศ.2033 จนปัจจุบันก็ยังไม่ได้หุ้มเงินเลยแม้แต่แผ่นเดียว พลับพลาที่เห็นจึงเป็นสีน้ำตาลเข้มตามสีของไม้ที่นำมาก่อสร้าง บนหลังคามีรูปนกฟินิกซ์ทำจากสำริดวัดกินคะคุจิ (Ginkakuji Temple) เป็นวัดในนิกายเซน พื้นทรายกับกองกรวดสีขาวที่กองอยู่หน้าพลับพลานั้น เขาจะเอาไว้ให้แสงจันทร์ได้ส่องสะท้อน ให้แสงสว่างกระจายไปทั่วบริเวณหน้าวัด