เที่ยวญี่ปุ่น ทัวร์ญี่ปุ่น

แนะนำเที่ยวญี่ปุ่น,แหล่งรวมสถานที่เที่ยวญี่ปุ่น

ลักษณะภูมิอากาศ (Climate) PDF พิมพ์ อีเมล

ลักษณะภูมิอากาศ (Climate)
       เนื่อง จากญี่ปุ่นตั้งอยู่บนละติจูดที่ 31 องศาเหนือถึงละติจูดที่ 45 องศาเหนือ จึงมีภูมิอากาศแบบอบอุ่นอุณหภูมิเฉลี่ยต่อปีในโตเกียวซึ่งอยู่ตอนกลางของ ประเทศคือ 15.6 องศาเซลเซียส เนื่องจากทางเหนือสุดของหมู่เกาะห่างจากทางใต้สุดถึง 3,000 กิโลเมตร อุณหภูมิเฉลี่ยต่อปีจึงต่างกันอยู่ในระหว่าง 6-22 องศาเซลเซียส มีฝนตกมาก ในบางพื้นที่มีปริมาณน้ำฝนในแต่ละปีถึง 4,000 มิลลิเมตร ฝนจะตกบ่อยตั้งแต่ช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ (春(はる)、 Spring) จนถึงช่วงปลูกพืชในฤดูร้อน(夏(なつ)、Summer) โดยเฉพาะช่วงทสึยุ (つゆ、tsuyu) คือ ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคมส่วนพายะไต้ฝุ่นที่จะมาปีละหลายๆ ครั้งในฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง (秋(あき)、Autumn) ก็นำฝนมาในปริมาณมากเช่นกัน
       หมู่ เกาะญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลลมมรสุมตามฤดูกาล อากาศเย็นจะเคลื่อนลงมาทางใต้ในฤดูหนาว (冬(ふゆ)、Winter) และอากาศร้อนจะเคลื่อนไปทางเหนือในฤดูร้อน ฤดูหนาวกับฤดูร้อนจะมีระยะเวลานานหลายเดือนและถูกคั่นกลางด้วยฤดูใบไม้ผลิ กับฤดูใบไม้ร่วงราวฤดูละ 2 เดือน
       สภาพอากาศในฤดูหนาวของฝั่งทะเล ญี่ปุ่นกับฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกแตกต่างกันอย่างมาก ลมมรสุมตะวันตกเฉียงเหนือจะพัดเข้ามา และทำให้มีหิมะตกต่อเนื่องทางฝั่งตะวันตกของหมู่เกาะด้านทะเลญี่ปุ่น ขณะที่ทางฝั่งตะวันออกที่ติดมหาสมุทรแปซิฟิกอากาศจะดีและเย็นสบายทางภาคใต้ ของเกาะฮอนชูจะมีภูมิอากาศแบบป่าเขตอบอุ่น ในฤดูร้อนจะมีอากาศร้อน คล้ายกับในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือร้อนกว่า การที่ในช่วง 3-4 เดือน ในฤดูร้อนมีภูมิอากาศเช่นเดียวกับในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ ตลอดจนการเพาะปลูกพืชหลักจำพวกข้าว มัน มีความคล้ายคลึงกับในประเทศแถบทางใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก

 
ฤดูหนาว (ม.ค.)
ฤดูใบไม้ผลิ (เม.ย.)
ฤดูร้อน (ก.ค.)
ฤดูใบไม้ร่วง (ต.ค.)
Cities/Key
T(C)
P
T(C)
P
T(C)
P
T(C)
P
Sapporo
-4.1
111
6.7
61
20.5
67
11.3
124
Sendai
1.5
33
10.1
98
22.1
160
14.8
99
Tokyo
5.8
49
14.4
130
25.4
162
18.2
163
Nagoya
4.3
43
14.1
143
26.0
218
17.6
117
Osaka
5.8
44
14.8
121
27.2
155
18.7
109
Fukuoka
6.4
72
14.8
125
26.9
266
18.7
81
Naha
16.6
115
21.3
181
28.5
176
24.9
163

key: "T" stands for temperature, "C" stands for centigrade, "P" for precipitation (in mm)  

ที่มา : กระจกส่องญี่ปุ่น โดย สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)

และ  http://www.ohayo-japan.com

 
ชิงคันเซ็น รถไฟหัวกระสุน (Shinkansen bullet train) PDF พิมพ์ อีเมล

กำเนิดชิงคันเซ็น รถไฟหัวกระสุน (Shinkansen bullet train)

 

       ชิงคันเซ็น เป็นรถด่วนหัวจรวดของประเทศญี่ปุ่นที่ใคร ๆ ก็รู้จัก วิ่งก็เร็ว นั่งก็สบาย อุบัติเหตุก็ไม่เคยมี เจ้าชิงคันเซ็นนี้ถือกำเนิดมาได้อย่างไร
แล้วเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการพัฒนาเอามาจากไหน ญี่ปุ่นไปลอกเลียนแบบใครมาอีกทีหรือเปล่า

กำเนิดชิงคันเซ็น
       ความคิดที่จะสร้างรถด่วนที่มีความเร็วสูงเกิดขึ้น เนื่องจากในช่วงปลายทศวรรษที่ 1950 ประชาชนเริ่มหันมาใช้รถยนต์หรือเครื่องบินแทนการนั่งรถไฟกันมากขึ้น เนื่องจากรถยนต์และเครื่องบินนั่งสบายและรวดเร็วกว่า ซึ่งรถไฟในช่วงนั้นของประเทศญี่ปุ่นก็เป็นแค่รถจักรไอน้ำ วิ่งเร็วสูงสุดก็แค่ประมาณ 95 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากโตเกียวไปโอซาก้า ต้องใช้เวลานานถึง 7 ชั่วโมงกว่า การรถไฟญี่ปุ่นเริ่มรู้สึกไม่ดี ถ้าปล่อยไว้อย่างนั้นผู้คนคงหันไปใช้รถยนต์หรือไม่ก็เครื่องบินกันหมด
ด้วยเหตุผลประการฉะนี้...ความคิดที่จะสร้างรถไฟที่วิ่งด้วยความเร็วสูงไม่ แพ้เครื่องบิน นั่งสบายไม่แพ้รถยนต์ เชื่อมระหว่างโตเกียวกับโอซาก้า ก็เกิดขึ้นมา ชิงคันเซ็น เริ่มสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1959 เสร็จสมบูรณ์เมื่อปี ค.ศ. 1964 ใช้เวลาสร้างเพียง 5 ปีเท่านั้น
นอกจากนี้ยังมีเหตุผลอีกอย่างหนึ่ง ที่กระตุ้นให้การสร้างชิงคันเซ็นดําเนินไปอย่างรวดเร็วคือ โตเกียวโอลิมปิก ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกเป็นครั้งแรกที่โตเกียว เมื่อปีคศ. 1964 แล้วก็เป็นปีที่ชิงคันเซ็นเริ่มรับผู้รับโดยสารเป็นครั้งแรกพอดี เหมือนกับว่า ชิงคันเซ็นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรับใช้กีฬาโอลิมปิกโดยเฉพาะ

เทคโนโลยี
       เทคโนโลยีที่ทำให้ ชิงคันเซ็น วิ่งเร็ว นั่งสบาย เงียบ มีมากมายหลายอย่าง เช่นเพื่อลดแรงต้านของอากาศ หัวของรถไฟจึงถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้าย ๆ กับหัวของจรวด ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ชิงคันเซ็นวิ่งได้เร็วกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
พัฒนาสปริงแบบใช้อากาศ เพื่อดูดแรงสั่นสะเทือนระหว่างการวิ่ง เพราะว่าระหว่างวิ่ง รถไฟจะสั่นถ้าเพิ่มความเร็วไปเรื่อย ๆ แรงสั่นสะเทือนจะกระจายไปทั่วขบวน ซึ่งมีอันตรายเป็นอย่างมากต่อโครงสร้างของรถไฟ
รางรถไฟได้ถูกสร้างให้มีความโค้งน้อยมากที่สุด เพื่อให้รักษาความเร็วเดิมไว้ได้เมื่อถึงทางโค้ง
และอีกหลาย ๆ อย่าง

สายรถไฟ
       ในอดีตมีแค่สายเดียวคือ สายโตเกียว-โอซาก้า แต่ตอนนี้ได้ขยายเส้นทางไปสู่เมืองใหญ่ ๆ เกือบทั่งประเทศญี่ปุ่นแล้ว

การออกแบบหัวจรวด
       รูปร่างหน้าตาแปลก ๆ ของหัวรถไฟไม่ได้ออกแบบมาเพื่อความเก๋ แต่ออกมาให้เหมาะกับสายที่วิ่ง อย่างเช่น ชิงคันเซ็นหัวเป็ด ออกแบบมาเพื่อลดแรงระเบิดของอากาศ เมื่อวิ่งเข้าหรือออกจากถ้ำ

 

ที่มา :  http://www.ohayo-japan.com

 

 

 
วิธีการเดินทางในญี่ปุ่น PDF พิมพ์ อีเมล

รถโดยสาร
       มีรถบัสลีมูซีนวิ่งบริการระหว่างนาริตะและอาคารท่าอากาศยานโตเกียวซิ ตี้ (Tokyo City Air Terminal / TCAT) ซี่งอยู่ในย่านธุรกิจของโตเกียว,ไปสถานีโตเกียวและชินจูกุรวมทั้งโรงแรม ใหญ่ๆ ในกรุงโตเกียวซื้อตั๋ว (เกือบ ๆ 3,000 เยน) ได้ที่สนามบิน หลังจากผ่านที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรเรียบร้อยแล้วมีรถบัสลีมูซีน วิ่งหลายสาย โดยจอดรอผู้โดยสารตรงริมฟุตบาทภายนอกอาคารและไม่จำกัดจำนวนสัมภาระ ไม่คิดค่าบริการเพิ่ม รถบัสลีมูซีนจะออกจากท่าทุก 20 นาทีหรือราวๆ นั้น วิ่งประมาณ 2-3 ชั่วโมงก็ถึงโรงแรม นอกจากนี้ยังมีรถโดยสารเดินทางไปยังโยโกฮาม่าและสนามบินภายในประเทศฮาเนดะ ด้วย

รถไฟ
       มีรถไฟ 2 สายให้คุณเลือกเดินทางไปโตเกียว ได้แก่ เคเซสกายไลเนอร์ (Keisei Skyliner) และ เจอาร์นาริตะเอ็กซ์เพรส (JR Narita Express) รถไฟทั้งสองสายวิ่งเร็วกว่าแท็กซี่หรือรถบัสโดยสารถึงสองเท่า แต่ในแง่ความสะดวกแล้วเทียบกับเมื่อคุณอยู่ที่สถานีรถไฟไม่ได้ เนื่องจากที่สถานีจะมีรถไฟสายต่างๆ ให้คุณสามารถเดินทางได้ทั่วเมือง แต่ถึงแม้จะมีบริการรถไฟใต้ดินวิ่งทั่วเมืองก็ตาม หากคุณมีกระเป๋าเกินหนึ่งใบและเป็นกระเป๋าใบใหญ่หรือมีความอดทนอดกลั้นไป น้อยด้วยแล้ว ก็จงลืมการเดินทางไปในเมืองหรือโรงแรมด้วยบริการรถไฟหรือรถไฟใต้ดินได้เลย โดยเฉพาะเวลาที่อากาศร้อนเหนอะหนะในช่วงฤดูร้อน
       หากคุณต้องการต่อรถสะดวก ควรขึ้นที่นาริตะเอ็กเพรสจะดีกว่า เพราะจอดตามสถานีของการรถไฟญี่ปุ่น (JR Station) ที่ชิบะ (Chiba) โตเกียว, ชินจูกุ (Shinjuku),อิเคะบุกุโระ (Ikebukuro) โยโกฮาม่า และโอฟุนะ (Ofuna) ขณะที่รถสกายไลเนอร์จอดเฉพาะสถานีอุเอโนะ (Ueno) และใกล้เคียงกันคือ 1ชั่วโมงและไม่จำกัดการขนสัมภาระขึ้นรถ(แต่อย่าลืมว่าการหอบหิ้วกระเป๋าเดิน ทางใบโตเดินตามสถานีรถไฟบนดินและใต้ดินในญี่ปุ่น โดยเฉพาะในโตเกียวนั้นต้องใช้พละกำลังอย่างมาก และสาหัสพอๆกับการปีนภูเขาไฟฟูจิเลยทีเดียว ฉะนั้นถ้าคุณมีกระเป๋าเดินทางมากกว่า 1 ใบและมิได้ขึ้นรถบัสลีมูซีนจากสนามบินตรงไปโรงแรมเลย ก็ควรใช้บริการขนส่งกระเป๋าที่สนามบิน ซึ่งจะส่งถึงมือคุณในวันรุ่งขึ้น)
       ค่าตั๋วที่นั่งชั้นหนึ่งของนาริตะเอ็กซ์เพรสราคาประมาณ 3,000 เยน และต้องซื้อล่วงหน้า ส่วนตั๋วของสกายไลเนอร์ ราคา 2,000 เยน โดยอาจซื้อล่วงหน้าหรือซื้อที่สถานีรถไฟแล้วรอขึ้นได้เลยรถไฟสกายไลเนอร์ สะดวกสบายกว่านาริตะเอ็กซ์เพรสมาก (ยกเว้นที่นั่งชั้นหนึ่งซึ่งแสนสบาย) เนื่องจากที่นั่งชั้นธรรมดาของนาริตะเอ็กซ์เพรสแคบจนเกือบไม่มีที่เหยียดขา เป็นที่นั่ง 4 ที่หันหน้าชนกันถ้ามาเป็นครอบครัวแล้วชาวญี่ปุ่นจะนิยมขึ้นรถไฟนี้แต่สำหรับนักเดินทาง ที่เพิ่งลงจากเครื่องบินหรือเหนื่อยล้าจากการท่องเที่ยวจนวินาทีสุดท้ายก่อน ออกจากญี่ปุ่นแล้ว คุณต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ (เมื่อที่นั่งเต็มการรถไฟญี่ปุ่นยังอนุญาตให้ผู้โดยสารยืนบนรถไฟได้ ทำให้รถแน่นยิ่งขึ้น)        แต่สำหรับเคเซสกายไลเนอร์แล้วไม่เคยถูกจองเต็มหรือคนแน่น รวมทั้งที่นั่งก็สะดวกสบาย มีที่ให้เหยียดขาได้ถ้าพิจารณาราคาซึ่งต่างกันแล้ว สกายไลเนอร์ย่อมดีกว่ามากทั้งราคาและความสบาย ถ้าคุณไม่มีสัมภาระมากก็อาจลงที่สถานีอุเอโนะ (Ueno Station) เพื่อต่อรถไฟของ JR หรือรถไฟใต้ดินหรือคุณอาจนั่งรถแท็กซี่ก็ได้

แท็กซี่
        การเดินทางไปไหนมาไหนด้วยรถแท็กซี่ย่อมสะดวกสบายที่สุด แต่น่าเสียดายที่การสัญจรวิธีนี้ราคาแพงกว่าวิธีอื่น ในโตเกียวราคาแท็กซี่จะตั้งต้นที่ 650 เยน และเพียงชั่วการเดินทางระยะสั้น ตัวเลขก็พุ่งพรวดเป็น 3,000 ถึง 5,000 เยน ขอย้ำอีกครั้งว่าคุณไม่ต้องจ่ายค่าทิป รถแท็กซี่มีอยู่เกือบทั่วทุกหนแห่งบนท้องถนน ตามโรงแรมและสถานีรถไฟใหญ่ๆ แท็กซี่ซึ่งมีไฟแดงบนหน้าต่างด้านหน้าแสดงว่าไม่มีคนและพร้อมที่จะรับผู้ โดยสาร
อย่าจับประตูรถแท็กซี่ขณะขึ้นหรือลงจากรถ เพราะโชเฟอร์จะเป็นผู้เปิดปิดประตูเองด้วยคันบังคับข้างหน้า ฉะนั้นพอคุณโบกแท็กซี่และรถจอดเรียบร้อยแล้ว คุณเพียงแต่ยืนรอให้ประตูเปิดเอง เมื่อถึงที่หมายและจ่ายเงินเสร็จสรรพแล้วประตูก็จะเปิดออกเองอีกครั้ง เพียงแค่คุณก้าวลงมาแล้วเดินจากไปเท่านั้น หากพยายามจะเปิดหรือปิดประรถเองจะทำให้คนขับไม่พอใจ ส่วนมากคนขับแท็กซี่พูดภาษาญี่ปุ่น หากคุณเขียนจุดหมายปลายทางเป็นภาษาญี่ปุ่นให้เขา ก็จะช่วยได้มากทีเดียว
       อย่าแปลกใจถ้ารถแท็กซี่ไม่หยุดจอดรับคุณในตอนดึก แสดงว่าแท็กซี่คันนั้นกำลังมองหาซารารีมังและต้องการค่าโดยสารที่มากกว่านี้ ระหว่างตีรถกลับไปบริเวณชานเมือง

การต่อเครื่องบินภายในประเทศ
       ถ้าต้องการต่อเครื่องบินในประเทศต้องนั่งแท็กซี่,รถโดยสาร รหือรถไฟเข้าโตเกียว แล้วขึ้นเครื่องที่สนามบินฮาเนดะไม่มีเที่ยวบินในประเทศออกจากนาริตะรถบัส ลีมูซีนจะพาคุณจากนาริตะวิ่งตรงถึงฮาเนดะ หรือคุณอาจจะนั่งแท็กซี่,รถโดยสาร หรือรถไฟเข้าโตเกียว แล้วขึ้นเครื่องที่สนามบินฮาเนดะไม่มีเที่ยวบินในประเทศออกจากนาริตะวิ่งตรง ถึงฮาเนดะ หรือคุณอาจจะนั่งแท็กซี่ซึ่งมีราคาแพงลิ่ว

บริการส่งสัมภาระ
       ผู้อาศัยในญี่ปุ่นส่วนใหญ่นิยมใช้บริการนี้ ซึ่งรวดเร็วและเชื่อถือได้ หลังจากผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว ให้เดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ ABC ในอาคารกลาง (มีหลายอาคาร) ส่วนใหญ่มันมีแนวเส้นบอกทางไปไม่ว่าคุณอยู่ ณ แห่งหนใด ABC จะนำสัมภาระถึงมือคุณในวันต่อมา ราคาราว 1,500 เยนต่อกระเป๋า หากมีเกิน 2-3 กระเป๋าแล้วควรพิจารณาการใช้บริการประเภทนี้

จากสนามบินฮาเนดะ (Haneda Airport)
       ค่าแท็กซี่จากสนามบินฮาเนดะไปยังใจกลางเมืองอยู่ในราว 5,000 - 6,000 เยน โดยใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที ถ้าต้องการความสะดวกสบายในการขนสัมภาระ ก็อาจนั่งรถไฟโมโนเรลไปยังสถานีฮะมะมัตสึโจ (Hamamatsucho Station) บนเส้นทางรถไฟสายเจอาร์ ยามาโนเตะ (JR Yamanote Line) ใช้เวลาเดินทางราว 17 นาที

จากสนามบินนานาชาติคันไซ (Kansai Int'l Airport)
       สนามบินนานาชาติคันไซ (Kansai International Airport : KIX) สร้างขึ้นใหม่เพื่อเป็นท่าอากาศยานปลายทางนานาชาติสำหรับภูมิภาคคันไซแทน สนามบินโอซาก้า (Osaka Airport : Itami) นอกจากนั้นยังเพื่อลดความแออัดที่สนามบินนาริตะ ซึ่งมีชั่วโมงให้บริการจำกัด ทว่ายังคงมีเที่ยวบินในประเทศบางเที่ยวออกจากอิตามิ (Itami) ซึ่งเป็นธรรมดาอยู่เองที่การต่อเครื่องบินระหว่างประเทศกับเครื่องบินภายใน ประเทศย่อมไม่สะดวกสบาย KIX เป็นสนามบินที่ใหญ่อันดับ 2 ของญี่ปุ่นและเป็นแห่งแรกที่เปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง โดยเปิดใช้เมื่อวันที่ 4 กันยายน 1994 สนามบินตั้งอยู่บนเกาะเทียมในอ่าวโอซาก้าไปทางตะวันออกเฉียงใต้ห่างจากสถานี เจอาร์-โอซาก้า ราว 60 กิโลเมตร เป็นสนามบินที่แพงที่สุดแห่งหนี่งในโลก โดยเก็บภาษีขาออกถึง 2,600 เยน แต่มีสถาปัตยกรรมสวยงามน่ามอง ทั้งระบบดำเนินงานก็ยอดเยี่ยม การต่อขึ้นเครื่องภายในและนอกประเทศตั้งอยู่ในอาคารเดียวกันและใช้เวลาไม่ กี่นาที (ข้อควรทำ: อย่าลืมแจ้งยืนยันว่าการต่อเที่ยวบินในประเทศของคุณนั้นมาจาก KIX ไม่ใช่จากฮิตามิ) การเดินทางไป KIX ไม่ยาก มีรถไฟ 2 สาย, ทางด่วน 2 เส้นทาง, บัสลีมูซีนราว 10 สาย และเรือเฟอร์รี่ความเร็วสูง 4 ลำ วิ่งจากเกาะไปยังจุดต่างๆในคันไซ


        คุณสามารถสอบถามข้อมูลการเดินทางได้ที่ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวคันไซ (Kansai Tourist Information Center) อยู่ที่ห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า (1st Fl.) เปิดทำการทุกวัน เวลา 9.00 - 21.00 น. มีธนาคารรับแลกเปลี่ยนเงินตราสิบแห่งที่ท่าอากาศยาน โดยหนึ่งหรือสองแห่งนั้นเปิดบริการเวลา 6.00 - 23.00 น. คุณสามารถเปลี่ยนตั๋วเจแปนเรลพาส (Japan Rail Pass) ได้ตามสถานที่ดังต่อไปนี้ ได้แก่ เคาน์เตอร์ข้อมูลเขตตะวันตกของ JR (JR West infomation Counter) ซึ่งอยู่ที่ห้องผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ (International Arrivals Lobby,1st Fl.) ทุกวัน เวลา 8.00-20.00 น.,ศูนย์บริการท่องเที่ยว Tis (Tis-Travel Service Center) ทุกวันเวลา 10.00-18.00 น. หรือฝ่ายสำรองตั๋วมิโดริโนะมาโดงุจิ (Midori-no-madoguchi Reservations Ticket Office) ของสถานีรถไปท่าอากาศยานคันไซ JR (JR Kansai Airport Station) เปิดทุกวัน เวลา 5.30-24.00 น.

ที่มา : หน้าต่างสู่โลกกว้างญี่ปุ่น โดย บริษัท สำนักพิมพ์หน้าต่างสู่โลกกว้าง จำกัด
 
<< เริ่มแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 ถัดไป > สุดท้าย >>

หน้า 5 จาก 5
glasses 3d kdl-32ex500 lg 42ld550 lg 42le5400 lg 42lh40 lg 42lh55 lg 47lh55 lg 47lx6500 lg 50pk750 lg 55ld650 lg 55le8500 lg 55lh55 lg 55lh90 mitsubishi 60 mitsubishi wd-60638 mitsubishi wd-60738 mitsubishi wd-65638 mitsubishi wd-65738 mitsubishi wd-65833 mitsubishi wd-73638 mitsubishi wd-73738 mitsubishi wd-73838 mitsubishi wd-82738 mitsubishi wd-82838 panasonic tc-l32c12 panasonic tc-l32c22 panasonic tc-l32s1 panasonic tc-l32x1 panasonic tc-l32x2 panasonic tc-l37s1 panasonic tc-l42d2 panasonic tc-p42g10 panasonic tc-p42g25 panasonic tc-p42s1 panasonic tc-p42s2 panasonic tc-p42x1 panasonic tc-p46g10 panasonic tc-p50g25 panasonic tc-p50s2 panasonic tc-p54vt25 panasonic tc-p58s1 panasonic tc-p58v10 panasonic tc-p58vt25 panasonic tc-p65s1 panasonic tc-p65v10 panasonic tc-p65vt25 panasonic tcp50vt25 panasonic tc-l37x2 panasonic tc-p58v10 samsung hlt5076s samsung ln46c750 samsung pn50c7000 samsung pn50c8000 samsung pn58c7000 samsung pn58c8000 samsung pn63c7000 samsung pn63c8000 samsung un40c7000 samsung un46b6000 samsung un46c7000 samsung un46c8000 samsung un55c7000 samsung un55c8000 sharp lc-40le810un sony kdl-32ex400 sony kdl-32ex500 sony kdl-40ex500. sony kdl-46ex500 sony kdl-52ex701 sony kdl-55ex500 sony kdl-60ex500 sony kdl32ex600 sony kdl40hx800 sony kdl46hx800 sony kdl55ex500 sony kdl55hx800 sony tdg-br100b sony xbr-lx900 sony xbr46hx909 sony xbr52hx909 sony xbr60lx900 vizio e420vo vizio l32 vizio m260va vizio m260vp vizio sv320xvt vizio sv421xvt vizio.sv422xvt vizio sv472xvt vizio va220e vizio va320m vizio va370m vizio vf550m vizio vf551xvt vizio vf552xvt vizio vl260m vizio vo320e vizio vt420m vizio xvt472sv garmin 1450 garmin 1490t garmin 1690 garmin 265t garmin 765t garmin 1450t garmin 1490 garmin 3750 garmin 3760t garmin 3790t garmin edge 500 garmin gvn 53

   
ติดต่อ : เว็บมาสเตอร์
คำแนะนำ:: เว็บไซต์แห่งนี้เหมาะสำหรับ ความละเอียดของจอภาพสูงกว่า 1024x768 และ MS Internet Explorer 6.0 ขึ้นไป